นี่เป็นหนังสือที่เราไม่ได้พิมพ์ ไม่ได้ขาย แต่รักเหลือเกิน อยากแบ่งปันค่ะ
หนังสือสำหรับเด็ก
ห้องใต้หลังคาของคุณปู่โลกกว้างและครอบครัวหรรษา เป็นหนังสือสำหรับเด็กเล่มใหญ่ที่มีภาพประกอบวาดมือสี่สีแสนน่ารักทั้งเล่ม บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่นักผจญภัย คุณย่านักประดิษฐ์ คุณลุงนักพิทักษ์สัตว์ คุณป้านักปลูกต้นไม้ คุณลุงพ่อครัว คุณป้านักดนตรี คุณพ่อนักมายากล คุณแม่ช่างปั้น และเด็กน้อยของครอบครัวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักการเมืองที่สร้างสันติภาพให้กับโลก
แต่ละคนมีหีบส่วนตัวหนึ่งใบ ซุกซ่อนไว้บนห้องใต้หลังคา ชานติ เด็กน้อยชอบปีนขึ้นไปเปิดดูหีบของแต่ละคน สำรวจของมีค่าและเรื่องเล่าประจำตัวของแต่ละคนในหีบนั้น เด็ก ๆ จะได้เข้าสู่โลกต่าง ๆ ของครอบครัวหรรษาของชานติไปพร้อม ๆ กับสนุกไปกับกิจกรรมส่งเสริมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ แต่ละเรื่องราวสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจถึงความแตกต่างของมนุษย์ พร้อมทั้งเสริมทัศนคติที่ดีสำหรับการจัดการตนเองและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างสวยงาม
ราคา 200 บาท สนใจสั่งซื้อได้ที่ Wild Dog Bookshop ร้านหนังสืออิสระขอนแก่น
"เธอรักสัตว์ และมันก็รักเธอนั่นแหละ...
ทำไมเธอถึงรู้ว่ามันพูดคุยอะไรกัน
ไม่มีอะไรทำให้เราเข้าใจกัน
แต่อย่าคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะมีเนื้อหาหนักไปในเชิงสังคมหรือการเมือง เสียดสีหรือปรัชญาล้ำลึกอะไร แต่เป็นหนังสือที่น่าเขียนถึงเพราะในเรื่องสั้นที่เล่าชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของเด็กๆ เหล่านี้มีความลึกซึ้งถึงสองระดับ คือเด็กอ่านก็จะได้มุมมองสดใสของเด็กๆ ที่บอกเล่าเคล็ดลับของการเริ่มเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ผู้ใหญ่อ่านก็จะได้เข้าใจความลึกซึ้งเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กๆ ที่มีแต่จะทำให้โลกใหญ่ๆ ใบนี้งดงามด้วยความเรียบง่ายและความปรารถนาดีต่อกันและกัน แปลโดย ไกรวรรณ สีดาฟอง พิมพ์โดย ทิวสน ปีที่พิมพ์ 2534
หนังสือสำหรับเยาวชน
เราชอบ เลิกขมวดคิ้วซะ เพราะคุณคืออัจฉริยะนักแก้ปัญหา ที่สอนว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำความเข้าใจอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และเป็นขั้นตอนสร้างสรรค์ที่ใครๆ ก็สามารถเรียนรู้ในการตั้งสมมุติฐาน วิเคราะห์ พิสูจน์ และประเมินทางออกที่เหมาะสมได้ด้วยกันทั้งนั้น ก็ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาให้กับองค์กรระดับโลก แต่ลาออกมาเพื่อเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักแก้ปัญหาของตัวเองอย่างเป็นระบบ
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการแก้ปัญหาด้วยความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของตัวเองก็คือความมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง สิ่งนี้จะทำให้คุณไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และไม่เอาแต่อ้างว่าคนอื่นดวงดีและคุณดวงไม่ดี เพราะชีวิตและโลกใบนี้ปฏิบัติกับเราทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ความแตกต่างในชีวิตของแต่ละคนนั้นส่วนใหญ่แล้วมาจากความคิด การกระทำ และการแก้ปัญหา ในประวัติศาสตร์ทั้งที่ผ่านมาและข่าวที่เห็นได้ในทุกวัน เราสามารถเห็นคนใหญ่คนโตที่ตกอับและคนที่สามารถยกตัวเองขึ้นจากความตกต่ำเลวร้ายของชีวิตได้ทั้งนั้น สิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอนและพึ่งพาได้จึงไม่ใช่สิ่งที่คุณมีเมื่อคุณเกิดมาบนโลก แต่เป็นความคิดที่จะชักนำคุณไปในทางที่คุณคิดจะไป
สิ่งที่ดีที่สุดในการคิดแก้ปัญหาอย่างรอบคอบก็คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะไม่โทษคนอื่นหรือเสียใจในการกระทำของตัวเอง เพราะคุณได้คิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากนั้นเป็นเรื่องที่คุณควบคุมไม่ได้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะเสียใจ และไม่ว่าจะมีปัญหาใดรออยู่ตรงหน้า คุณก็ได้เพิ่มพูนทักษะในการจัดการกับมันอย่างชาญฉลาดแล้ว ดีไม่ดี คุณอาจจะชอบความท้าทายในการแก้ปัญหาของตัวเองและของคนอื่นต่อไปด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรดูมีอนาคตเท่ากับการเป็นมนุษย์ที่ไม่กลัวปัญหาอีกแล้ว
แต่อย่าคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะมีเนื้อหาที่หนักจนเกินไป เพราะอย่างที่บอกในตอนต้น นี่เป็นหนังสือที่เขียนให้เด็กอ่าน ใช้เด็กๆ เป็นตัวละครและเอาปัญหาของเด็กๆ มีที่เราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้มาแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก ในขณะเดียวกันก็เป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาที่มีความหลากหลายที่ทุกคนสามารถนำมาใช้ตั้งต้นเป็นวิธีจัดการกับปัญหาของตนเองได้ทั้งนั้น
อ่านเลยค่ะ แนะนำ
ชื่อหนังสือ เลิกขมวดคิ้วซะ เพราะคุณคืออัจฉริยะนักแก้ปัญหา
แปลโดย พรเลิศ อิฐฐ์, วิโรจน์ ภัทรทีปกร
พิมพ์โดย สำนักพิมพ์ We Learn
ปีที่พิมพ์ 2553
"ถึงแม่เพี้ยน หนูก็รัก" เป็นเรื่องที่เด่นที่สุดเรื่องหนึ่งของผู้เขียนที่คว้ารางวัลใหญ่ด้านวรรณกรรมเยาวชนมาถึงสองรางวัล เป็นการผจญภัยเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของเด็กหญิงตัวน้อยที่ทำให้เธอได้ค้นพบที่มาของตัวเองหลังจากคุณแม่สุดเพี้ยนผู้มีรอยสักทั้งตัวของเธอถูกส่งไปโรงพยาบาลบำบัดจิตเพราะสติแตกกับการที่ถูกลูกสาวคนโตทอดทิ้ง เด็กสาวตัวน้อยต้องเรียนรู้โลกที่ไม่ใช่เทพนิยายและพยายามเข้าใจเหตุผลของผู้ใหญ่พร้อมกับพยายามทำให้แม่กลับมาจากโรงพยาบาลโดยไม่ได้รักแม่ของเธอน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
พิมพ์โดย นานมีบุ๊คส์ ปี 2544 (พิมพ์ครั้งที่ 3)
เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม หรือ Colorful ของเอโตะ โมริ ทำให้เราหยุดซักถามพระเจ้าว่าทำไม ทำไม และทำไมสิ่งเลวร้ายนั่นนี่โน่นถึงได้เกิดขึ้นกับชีวิตของเราด้วยการเปรียบชีวิตกับผ้าใบผืนใหญ่ซึ่งแต่งแต้มด้วยสีสันอันหลากหลาย เมื่อเราพบเจอใครสักคนเราก็มักจะนิยามเขาด้วยสีเพียงสีเดียว ทั้งที่เขาอาจจะมีอีกหลายเหลี่ยมมุม ทั้งที่สวยงามและบาดเจ็บ ที่เรายังไม่เคยเห็น เมื่อเราปวดร้าวเราก็มักจะคิดว่าเราเป็นคนเดียวที่เจ็บปวด และในวันที่เราคลุ้มคลั่งทำลายชีวิตตัวเองและสิ่งต่างๆ เราก็กล่าวหาว่าเราเป็นเพียงความผิดพลาดของพระเจ้า เป็นคนป่วยที่ไม่สามารถจะเยียวยาได้อีกต่อไป Colorful บอกเราง่ายๆ สั้นๆ ว่า "มันก็เกิดขึ้นกับคนอื่นเหมือนกัน"
หมาน้อยสอนรวย เหมาะที่สุดสำหรับคนที่คิดว่าการคิดเรื่องเงินทำให้ใจสกปรก ในขณะเดียวกันก็วิตกว่าจะไม่มีวันที่จะมีชีวิตที่สุขสบายเพราะคิดว่าการประสบความสำเร็จทางด้านการเงินเป็นไปไม่ได้เพราะเงินทองไม่ได้งอกออกมาจากอากาศ อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วคุณจะพบความลับว่า แม้เงินทองจะไม่ได้งอกออกมาจากอากาศได้เอง แต่เราสามารถเสกมันขึ้นมาได้เพียงแค่เราจะมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองและต่อ "เงิน"
แปลโดย เจนจิรา เสรีโยธิน
พิมพ์โดย BeeMedia
ปีที่พิมพ์ 2547
FICTIONS วรรณกรรม
แม้ปกดำสนิทจะดูหดหู่ แต่ คาร์มีลลา เป็นหนังสือที่น่าสะสมมาก อ่านเพลินในทุกมิติ เนื้อเรื่องบรรยายเนิบนาบ แต่ภาษาสวยงามทรงพลัง อ่านแล้วอยากละลายหายไปในหนังสือ บทสนทนาแสนโรแมนติก อย่างที่จะเจอได้ในวรรณกรรมทรงคุณค่าในยุคเก่า ทุกหน้ามีรายละเอียดที่น่าสนใจในเชิงวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม และเป็นนิยายแซฟฟิคที่อยากแนะนำต่อค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ นี่เป็น นิยายแวมไพร์ ต้นฉบับที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Dracula ของบราม สโตกเกอร์
ออสการ์กับหญิงเสื้อชมพู เป็นผลงานอันโดดเด่นของผู้เขียนที่ได้รับทั้งรางวัลและการยอมรับมากมาย โดยเฉพาะได้รับการยกย่องให้เป็นหนังสือดีเด่นของสมาคมการแพทย์ในด้านการสะท้อนภาพลักษณ์ของคนป่วยได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับทุกคน และเหมาะที่สุดสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย คนทำงานอาสาสมัคร ญาติผู้ป่วย และคนที่ต้องการเข้าใจเด็กๆ จริงๆ ก็เป็นหนังสือสำหรับทุกคนที่อยากมองเห็นความงามของชีวิตอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่สำคัญว่าเวลาที่เหลือของเราบนโลกใบนี้จะสั้นยาวต่างกันเท่าใด เราก็สามารถทำให้มันมีคุณค่าสมกับที่เป็น "ทั้งชีวิต" ได้เสมอ
สิ่งสำคัญในปรัชญาชีวิตแสนซึ้งในร่างหนังสือเด็กที่เขียนให้ผู้ใหญ่อ่านนี้คือการทำให้เราเข้าใจสภาพจิตใจของผู้ป่วยระยะสุดท้ายมากขึ้น และยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยคนนั้นยังเป็นเด็กที่ยังคงเห็นโลกและอนาคตเป็นปริศนาหลายข้อที่ยังไม่คลาย ในใจจึงคุกรุ่นไปด้วยคำถามร้อยพันเช่นเดียวกับที่เราทุกคนมีในวัยเด็ก ต่างกันตรงที่ในขณะที่เราเฝ้าฝันถึงอนาคตและวาดภาพตัวเองในฐานะผู้ใหญ่ที่ดีที่สุด เด็กคนนึงที่รู้ตัวดีว่าจะไม่มีชีวิตยืนยาวพอที่จะไขปริศนานั้นได้จะมีความคับแค้นใจอย่างไรกันนะ
อย่างไรก็ตาม ความงดงามของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่การป่วยไข้ แต่กลับเป็นการพยายามเข้าใจชีวิตผ่านภาพสะท้อนของความตาย ทำให้ทั้งคนที่กำลังอยู่และคนที่ใกล้จะจากโลกนี้ไปได้เห็นคุณค่าในแต่ละวันของชีวิตอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ด้วยวิธีสร้างสรรค์ที่ทำให้เด็กน้อยผู้ป่วยระยะสุดท้ายในเรื่องเข้าใจชีวิตทั้งชีวิตได้ ไม่รู้สึกขาดหายหรือคับแค้น และจากไปอย่างอย่างสงบได้อย่างน่าอัศจรรย์
ชื่อหนังสือ ออสการ์กับหญิงเสื้อชมพู
แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ
พิมพ์โดย ตะวันส่อง สำนักพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ตุลาคม 2549
“เธอแน่ใจหรือว่าไม่ได้เข้าใจผิดไปเอง”
‘มั่นใจมาก 100% อุโมงค์ เวลา รถ ฉันเองเป็นคนก่ออุบัติเหตุนั่น’
“เฮ้ ฉันเพิ่งคิดอะไรออก”
‘อะไร’
“โอ้ ฉิบหายแล้ว”
‘ขอบใจนะ เธอช่วยได้มากจริงๆ’
เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่นะ
ใช่ เมื่อชีวิตน่าเบื่อกว่าที่คิด เหล้า บุหรี่ กัญชาก็ล้วนเป็นของเล่นประจำวัน
คืนหนึ่งเธอบอกเลิกเขาแล้วขับรถสีขาวคันนั้น กลับบ้านช้าๆ ตื่นมาอีกทีก็มีภาพรถของตัวเองในทีวี
ฉิบหายแล้ว นอกจากฉันจะไม่ได้ขับรถช้าแล้ว ฉันยังฆ่าเจ้าหญิงไดอาน่าอีกด้วย
ปฏิบัติการทำลายหลักฐานจึงเกิดขึ้นด้วยสมองรมควันและสองมือที่ไม่เคยจริงจังของสองสาวที่ไม่เคยประสบความสําเร็จอะไรในชีวิต
เราต้องทำลายรถคันนี้
รถสีขาวคันนั้น เป็นวรรณกรรมฝรั่งเศสร่วมสมัย นิยายกาวๆ
เคียงความจริงอุบัติเหตุเจ้าหญิงไดอาน่า ที่เดาตอนต่อไปไม่ได้เลย
แม้ว่าเราจะรู้เรื่องอุบัติเหตุอย่างดีแล้วก็ตาม
ผู้เขียน:
Danuta De Rhodes
ผู้แปล
พรพิสุทธิ์
โอสถานนท์
สำนักพิมพ์: วงกลม

NON-FICTIONS
อ่าน ไทบ้านดูดาว แล้วเห็นว่า ดวงดาวเคยสำคัญกับมนุษย์ขนาดไหนแล้วก็รู้สึกเศร้า เหมือนเราทิ้งเพื่อนเก่าที่คอยสอดส่องดูแล เป็นห่วงเป็นใยมาเนิ่นนาน
ภาพเอกสารเก่าๆ และภาษาไทยโบราณในหนังสือเล่มนี้ยังทำให้สำนึกได้อีกว่า นอกจากดวงดาวที่เราหลงลืมไปแล้ว เรายังทิ้งขว้างภาษาและภูมิปัญญาโบราณอันน่าหลงใหลที่ถือกำเนิดขึ้นในยามที่โลกทั้งใบยังเต็มไปด้วยปริศนาและจินตนาการ
อ่านแล้วอยากหาเรื่องไปยืนให้ชาวไทใหญ่ชี้ชวนสนทนาเรื่องดวงดาวบนท้องฟ้า ชีวิต ประวัติศาสตร์ และความเป็นมนุษย์ และทำให้คืนคืนหนึ่งเป็นนิรันดร์อยู่ในใจอย่างนั้น แม้ว่าดวงดาวจะอ่อนแสงลงทุกที และเราจะไม่ได้มีโอกาสทำอย่างนั้นอีกเลยก็ตาม ความจริงก็คือ นั่นยิ่งเป็นเหตุผลที่เราต้องทำมันให้เร็วที่สุดเลยนะ
ชื่อหนังสือ ไทบ้านดูดาว
เขียนโดย นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
พิมพ์โดย สำนักพิมพ์สยาม
ปีที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 3 ปี 2552
ดีใจมากที่ซื้อ หางของเบอร์นา มา เรื่องของหญิงตาบอดที่อยากมีลูกจนไปขอรับสุนัขนำทางคนตาบอดทั้งที่เคยกลัวหมามาตั้งแต่เด็ก สุดท้ายน้องหมาก็เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว เราเองก็เลี้ยงหมาจร และเคยเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือเด็กตาบอดทำการบ้าน ก็เข้าใจและอินไปด้วยกับการปรับตัวเข้าหากันของคนกับสุนัขนำทาง (เราเองก็เรียนเรื่องการนำทางคนตาบอด การเขียนเบรลล์ การทำสื่อเพื่อคนตาบอด เหมือนกัน)
หางของเบอร์นา
พิมพ์ตั้งแต่ปี 2547 สำนักพิมพ์ JBOOK
ผู้เขียน กุนจิ นานาเอะ
ผู้แปล ปาริชาติ ฉิมคล้าย
การตลาดแบบรู้ใจ สำนักพิมพ์อัมรินทร์
เป็นหนังสือการตลาดที่ทันสมัยและให้ความรู้แบบถึงใจมากๆ พูดถึงทั้งหลักการ Personalized Marketing ตัวอย่างที่เวิร์คของแบรนด์ระดับโลก และสรุปแนวทางในการนำไปใช้ ทั้งทางการขายหน้าร้านและออนไลน์ ไอเดียว้าวแบบสุดๆ กราฟฟิกย่อยง่าย ดีต่อใจ พ่อค้าแม่ค้าควรเก็บไว้เลย พิกัดใน shoppee











No comments:
Post a Comment